: ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี

แม่น้ำเพชรบุรี วันนี้เป็นอย่างไร

                แม่น้ำเพชรบุรี มีความสำคัญเสมือนเส้นชีวิตของชาวเพชรบุรี เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางด้านการเกษตร คมนาคม อุตสาหกรรม ครัวเรือน การผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นน้ำกิน-น้ำใช้ ในชีวิตประจำวัน ถือกันว่าเป็นน้ำที่มีรสอร่อย ใสสะอาด จืดสนิทและยังถือว่าเป็นน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีคุณค่าที่เป็นเกียรติคุณ คือ เป็นน้ำสรง น้ำเสวย และน้ำมงคลในพระราชพิธี โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2541 สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีหลั่งน้ำคืนชีวิตให้แก่แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) จังหวัดเพชรบุรีจึง
กำหนดให้วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี   แม่น้ำเพชรบุรีเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวเมืองเพชรมายาวนาน ความเจริญ การขยายตัวของชุมชน ทำให้แม่น้ำเพชรบุรีต้องประสบปัญหาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเส้นทางคมนาคม ทางบกทำให้ผู้คนหลงลืม หันหลังให้แม่น้ำไปทางถนน แม่น้ำที่เคยมีความสำคัญกลายเป็นที่ทิ้งขยะและรองรับน้ำเสีย
จากชุมชน มีการก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำ ทำให้ทัศนียภาพบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเปลี่ยนไป ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำเพชรบุรี จำนวน 10 สถานี พบว่า ส่วนใหญ่คุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยดัชนีชี้วัดคุณภาพที่เป็นปัญหาสำคัญ คือ ปริมาณความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (TCB) และปริมาณฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB)

ดูแลแม่น้ำเพชรบุรี 4 วิธีที่เราทำได้



      เราสามารถช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำเพชรบุรีได้ร่วมกันอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี โดย1. การใช้น้ำอย่างประหยัด นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำลงแล้วยังทำให้ปริมาณน้ำเสียที่จะทิ้งลงแหล่งน้ำมีปริมาณน้อย และป้องกันการขาดแคลนน้ำด้วย
2. การสงวนน้ำใช้ในบางฤดูหรือสภาวะที่มีน้ำมาก
เหลือใช้ควรมีการเก็บน้ำไว้ใช้ โครงการทำบ่อเก็บน้ำ การสร้างร่องน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำ และทำระบบชลประทาน
3. การป้องกันน้ำเสีย การไม่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลและสารพิษลงในแหล่งน้ำ ควรมีการบำบัดและขจัดสารพิษ ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ
4. การนำน้ำเสียกลับไปใช้ใหม่ น้ำที่ไม่สามารถใช้ได้
ในกิจการอย่างหนึ่งอาจใช้ได้ในอีกกิจการหนึ่ง เช่น น้ำทิ้ง
จากการล้างภาชนะอาหารสามารถนำไปรดต้นไม้ได้


กฎหมายที่เกี่ยวกับลำน้ำ

1.       การบุกรุกลำน้ำ การก่อสร้างอาคารล้ำลำน้ำ การทิ้งหิน กรวด ทราย ดิน โคลน ทำให้ลำน้ำตื้นเขิน การปิดกั้น การขุดลอกร่องน้ำ และการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ มีความผิดตามกฎหมาย 
  • พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 23 และมาตรา 57  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
  • พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456
    และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 117 มาตรา 119 มาตรา 119 ทวิ มาตรา 120 และมาตรา 204 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในการขจัดสิ่งเหล่านั้นด้วย
2. การทิ้งสิ่งปฏิกูล น้ำเสีย น้ำมันและเคมีภัณฑ์ 
สารอันตรายลงลำน้ำ ทำให้น้ำเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดตามกฎหมาย 
  • พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25  และมาตรา 26
พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 30 มาตรา 33  และ
  • มาตรา 57 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
  • พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ.2456  และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 119 ทวิ และมาตรา 204
    ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในการขจัดสิ่งเหล่านั้นด้วย
3.  การบำรุง ดูแล รักษาลำน้ำ เป็นหน้าที่ขอ.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมเจ้าท่า ประชาชนผู้พบเห็นการบุกรุกลำน้ำ การทิ้งสิ่งปฏิกูลลงลำน้ำสามารถแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกรมเจ้าท่า เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด
และแก้ไขปัญหาได้ทันที
  • พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 120 
  • พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ.2496 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 11 พ.ศ.2543) มาตรา 50 มาตรา 53  และมาตรา 56 
  • พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 3 พ.ศ.2542) มาตรา 67
การเฝ้าระวัง

หากพบเห็นปัญหาน้ำเน่าน้ำเสียกรุณาแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี           
โทร. 0-3242-5028 อำเภอท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม และแก้ไขปัญหา

หากพบการกระทำผิดในแม่น้ำเพชรบุรี กรุณาแจ้งสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 3 สาขาเพชรบุรี โทร. 0-3242-4107 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี โทร. 0-3242-5028 อำเภอท้องที่ และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อหยุดยั้งการทำให้แม่น้ำเพชรบุรีเสื่อมโทรม